วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

Chapter VIII


สวัสดีครับ

สัปดาห์นี้ผมจะพูดเกี่ยวกับ เคมีและชีวะ


ผมอ่านชีวะแล้วสงสัยว่า Glucose 1 molecule เวลาสลายจะให้พลังงานกี่เปอร์เซ็นต์


ได้ว่า

It takes energy to break bonds, and energy is released when bonds are formed.

CH4 has four C-H bonds to be broken: 4(413) = 1652 kJ
Break two O=O bonds 2(497) = 994 kJ
Total energy needed to break bonds = 1652 + 994 = 2646 kJ

Bonds formed: CO2 has two C=O bonds. When these are formed energy is released and the sign of the heat change is negative (exothermic) Thus 2(-740) = -1480 kJ
H2O has two O-H bond but 2H2O means that 4O-H bonds are formed
4(-463) = -1852
Total energy released is 1480 + 1852 = 3332 kJ

Energy change = -3332 + 2646 kJ = -686 kJ
1 Glucose gives 32 ATPs
1 ATP = 7.3 kJ
1 Glucose = 32 X 7.3 = 233.6
233.6/686 = 0.3405 X 100 = 34.05%
เป็น exothermic ΔH เป็นลบ
จะได้ว่า เวลาสลายจะให้พลังงาน 34.05%

จะเห็นว่าเคมีช่วยอธิบายชีวะและบางครั้งชีวะก็ทำให้สามารถเห็นเคมีเป็นรูปธรรม

หลายคนคิดว่าไม่เห็นเกี่ยวกันเลย สำหรับผมผมคิดว่าเคมีและชีวะเป็นสิ่งที่คู่กันและ
อธิบายซึ่งกันและกัน

สัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้เจอข้อสอบที่ผสมเคมีกับชีวะโดยใช้เคมีเรื่องสมดุลอธิบายระบบหายใจ


โจทย์ถามว่า ทำไมเวลาหายใจเร็วๆ ต้องหายใจในถุงโดยบอกว่าเกิดจากปริมาณ CO2 ที่มากขึ้น
เฉลย Chapter หน้านะครับ



เจอกัน Chapter หน้าครับ




วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

Chapter VIII

สวัสดีครับ

สัปดาห์หน้าจะเป็นเรื่องกรดเบส

สัปดาห์นี้จะเป็นเรื่องยาน New horizon ครับ




           เป็นสิ่งที่น่าสนใจมากครับเพราะใช้เวลากว่า 10 ปี และเดินทางประมาณ 3000,000,000 ไมล์ เพื่อเดินทางไปในอวกาศจนถึงดาวพลูโตวันที่ 14 ก.ค. 58 และถ่ายภาพขณะผ่าน


ภาพถ่ายดาวพลูโต

            จะเห็นได้ว่าต้องใช้ความพยายามมากและมีการคำนวณอย่างแม่นยำ และมีอุปกรณ์ที่ใช้ประโยชน์และสามารถดูพื้นผิวและภาพรวมของดาวเคราะห์และวัตถุในอากาศ



ผมสนใจจักรวาลและวิทยาศาสตร์ และ ถ้าใครสนใจผมแนะนำ series big history by Crash course


จบละครับ เจอกัน สัปดาห์หน้าครับ Bye







Chapter VII

 สวัสดีครับ




ผมจะใส่สรุปเรื่องสมดุลไม้นะครับเผื่อเพื่อนๆจะนำไปใช้ประโยชน์ครับ

                Kc คือค่าคงที่สมดุลที่แสดงในเทอมความเข้มข้นของสารในหน่วยโมลาร์ (โมล/ลิตร)
ถ้า K < 1 แสดงว่า ในสภาวะสมดุล [สารตั้งต้น] > [ผลิตผล] หรือปฏิกิริยาย้อนกลับเกิดขึ้นเกือบจะสมบูรณ์ ในขณะที่ปฏิกิริยาไปข้างหน้าจะเกิดน้อยมาก   ในทางกลับกัน ถ้า K > 1 แสดงว่า ในสภาวะสมดุล [สารตั้งต้น] < [ผลิตผล] หรือปฏิกิริยาไปข้างหน้าเกิดขึ้นเกือบจะสมบูรณ์ 
ค่า มี Kc (Concentration) ไม่คิด Solid liquid Kp (Pressure) ใช้กับ gas only

ในกรณีที่หาค่าอัตราส่วนนี้ก่อนถึงสภาวะสมดุลหรือเมื่อสมดุลถูกรบกวนจะเรียกอัตราส่วนนี้ว่า 
โควเตียนของปฏิกิริยา (reaction quotient, Q) ณ เวลาใดๆ



สัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้ไปฟังเรื่อง Creative และได้ดู video น่าสนใจ เชิญชมครับ


Bye Bye เจอกัน Chapter VIII ครับ


วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

Chapter VI

สวัสดีครับ

สัปดาห์นี้ผมให้รูปสรุปสมดุลละกันครับ






จากรูปเป็นการ อธิบาย ค่า Kc Kp และค่า Q


สัปดาห์นี้ผมขอเล่าเรื่อง ที่ผมไปสอนน้องเรื่อง Genetics

                     ผมสอนเรื่องตาบอดสีเป็นการสืบทอดแบบ X-linked คือการสืบทอดบน sex chromosome แล้วพอดีมีน้องในห้องเป็นตาบอดสี เขียวทุกคนจึงตื่นเต้นแล้วเอาสีโน้นสีนี้มาถามแล้วน้องก็ตอบถูกบ้างผิดบ้าง ผมจึงถามว่าแล้วน้องเห็นท้องฟ้าสีอะไร น้องตอบว่าเป็นสีฟ้าทุกคนเลยงงว่าทำไมตอบถูก น้องเลยตอบว่า พี่ครับสีเป็นการเรียนรู้ พูดง่ายๆ คือ เรารู้ว่าเป็นสีฟ้าเพราะเราถูกสอนมาว่ามันเป็นสีฟ้า แต่พอให้ดู diagram สีจะตอบไม่ถูกเพราะจะไม่สามารถแยกความแตกต่างของสีีได้แต่จะเห็นเป็นสีเดียวกันแต่จะเข้มอ่อนต่างกัน ปัจจุบันนี้ มีแบบทดสอบดังรูป




ในครั้งหน้าจะอธิบายค่า Kc Kp และค่า Q เจอกัน Chapter หน้า ครับ





วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Chapter V




สวัสดีครับ

วันนี้จะขอพูดถึงเคมีเรื่องกรด เบส การไตเตรทครับ

ผมได้มีโอกาสไปทำการไตเตรท ที่โรงเรียนโดยใช้ สาร 3 ตัว เป็น NaOH HCl และ Unknown








1.ตอนแรกนำ HCl 0.01 M มาไตเตรท กับ NaOH เพื่อหาความเข้มข้นของ NaOH โดยใช้ Bromothymol blue เป็น indicator เนื่องจากไม่มี pH มิเตอร์(ถ้าเราวัด pH ได้เราจะสามารถหาความเข้มข้นได้ด้วย)
2.เมื่อเรารู้ความเข้มข้น NaOH เราจึงนำ มา ไตเตรทกับ unknown โดยใช้ methyl red เป็น indicator เพื่อหาการแตกตัวครั้งแรกของสารนี้
3. เพื่อหาการแตกตัวครั้งที่สอง เราจึงนำ NaOH มาไตเตรทกับ unknown อีกทีเพื่อหาการแตกตัวขั้นที่สองของ unknown โดยใช้ Phenolphthalein เป็น indicator
4.สรุปผลหาควมเข้มข้นของ unknown
จากการทดลองนี้ทำให้ผมได้ฝึกใช้อุปกรณ์ต่างๆ เช่น ปิเปต บิวเรต กรวยใส่สาร flask และอื่นๆ
และยังทำให้เห็นภาพและเพิ่มความเข้าใจ
เราจะไตเตรทจนกว่า indicator เปลี่ยนสี Bromothymol blue เป็นสีเหลือง (6.0-7.6) เหลือง-น้ำเงิน
                                                      methyl red เป็นสีเหลือง (4.4-6.2) แดง-เหลือง
                                                     Phenolphthalein เป็นสีชนพู(8.0-9.6) ไม่มีสี-สีชมพู

อินดิเคเตอร์สำหรับกรด-เบส คืออะไร
        อินดิเคเตอร์ คือ สารที่ใช้บอกความเป็นกรด-เบส ของสารละลายได้อย่างหนึ่ง สารประกอบที่เปลี่ยนสีได้ที่ pH เฉพาะตัว จะถูกนำมาใช้เป็นอินดิเคเตอร์ได้ เช่น ฟีนอล์ฟทาลีน จะไม่มีสีเมื่ออยู่ในสารละลายกรด และจะเปลี่ยนเป็นสีชมพู เมื่ออยู่ในสารละลายเบสที่มี pH 8.3
ภาพฟีนอล์ฟทาลีน
 
 
  
 
อินดิเคเตอร์สำหรับกรด-เบส เป็นสารอินทรีย์ อาจเป็นกรดหรือเบสอ่อนๆ ซึ่งสามารถเปลี่ยนจากรูปหนึ่งไปเป็นอีกรูปหนึ่งได้ เมื่อ pH ของสารละลายเปลี่ยน       

การเปลี่ยนสีของอินดิเคเตอร์
         HIn เป็นสัญลักษณ์ของอินดิเคเตอร์ที่อยู่ในรูปกรด (Acid form)
         In- เป็นสัญลักษณ์ของอินดิเคเตอร์ที่อยู่ในรูปเบส (Basic form)
รูปกรดและรูปเบสมีภาวะสมดุล เขียนแสดงได้ด้วยสมการ ดังนี้
HIn (aq) + H2O (l) H3O+ (aq) + In- (aq)
 ไม่มีสี *      สีชมพู*   ; (* = กรณีเป็นฟีนอล์ฟทาลีน)
(รูปกรด)     (รูปเบส)

Kind = 

    HIn และ In- มีสีต่างกันและปริมาณต่างกัน จึงทำให้สีของสารละลายเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าปริมาณ HInมากก็จะมีสีของรูปกรด ถ้ามีปริมาณ In-มากก็จะมีสีของรูปเบส การที่จะมีปริมาณ HIn หรือ In มากกว่าหรือน้อยกว่านั้นขึ้นอยู่กับปริมาณ H3O+ ในสารละลาย ถ้ามี H3O+ มากก็จะรวมกับ In- ได้เป็น HIn ได้มากจะเห็นสารละลายใสไม่มีสีของ HIn แต่ถ้าอยู่ในสารละลายที่มี OH- มาก OH-จะทำปฏิกิริยากับ H3O+ ทำให้H3O+ ลดลง ซึ่งจะมีผลทำให้เกิดปฏิกิริยาไปข้างหน้าได้ In- มากขึ้น จะเห็นสารละลายในรูปของ In- คือเห็นเป็นสีชมพู

เจอกันสัปดาห์หน้าครับ